หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทิปท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทิปท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สาระน่ารู้ เที่ยวฮังการี

ประเทศฮังการี (Hungary) เป็นประเทศในภูมิภาคยุโรปกลางที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล มีอาณาเขตจรดประเทศออสเตรีย สโลวาเกีย ยูเครน โรมาเนีย เซอร์เบีย โครเอเชีย และสโลวีเนีย ในท้องถิ่นเป็นที่รู้จักว่า “ประเทศของชาวแมกยาร์” (Country of the Magyars) 
สาระน่ารู้ เที่ยวฮังการี  
ข้อมูลเบื้องต้น : ภูมิประเทศฮังการี
ที่ตั้ง ทิศเหนือ ติดกับสโลวัก และยูเครน
ทิศใต้ ติดกับเซอร์เบีย-มอนเตนิโกร และโครเอเทีย
ทิศตะวันตก ติดกับออสเตรีย และสโลวีเนีย
ทิศตะวันออก ติดกับโรมาเนีย
ประชากร 10 ล้านคน (2542)
สาระน่ารู้ เที่ยวฮังการี
เมืองหลวง : กรุงบูดาเปสต์ (Budapest) มีประชากรประมาณ 2 ล้านคน
ภาษา ภาษาราชการ-ฮังกาเรียน
ภาษาธุรกิจ-ฮังกาเรียน อังกฤษ เยอรมัน
ภูมิอากาศ :
หน้าหนาว (ตุลาคม-มีนาคม) 3 ถึง -10 องศาเซลเซียส
หน้าร้อน (พฤษภาคม-สิงหาคม) 25-35 องศาเซลเซียส
สกุลเงิน โฟรินท์ (Forint)
อัตราแลกเปลี่ยน (ตุลาคม 2556) :
220 โฟรินท์ = 1 เหรียญสหรัฐ
7 โฟรินท์ = 1 บาท
สาระน่ารู้ เที่ยวฮังการี
การเข้าประเทศ - ผู้ถือหนังสือเดินทางทูต/ราชการ ไม่ต้องขอวีซ่า โดยสามารถพำนักอยู่ได้ไม่เกิน 90 วัน

ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา - ต้องขอวีซ่าที่สถานเอกอัครราชทูตฮังการีประจำประเทศไทย
ข้อควรระวัง – กรุงบูดาเปสต์เป็นเมืองที่สวยงามและมีสถานที่ท่องเที่ยวมาก บางครั้งนักท่องเที่ยวอาจประสบปัญหา การฉกชิงวิ่งราว และการฉ้อโกง ดังนั้น จึงควรปฏิบัติตนดังนี้
1. ไม่แต่งกายด้วยเครื่องประดับที่มีราคาแพง ล่อตา
2. เก็บหนังสือเดินทาง เงินสด และของมีค่าให้มิดชิดเป็นพิเศษ
3. อย่าแลกเงินกับผู้ที่มาเสนอตามท้องถนนเพราะผิดกฎหมายและอาจถูกโกง แต่ควรแลกจากธนาคารหรือร้านแลกเงินที่มีอยู่ทั่วไป และขอใบเสร็จทุกครั้งที่แลกเงิน เพื่อเป็นหลักฐานในการแลกเงินกลับคืนตอนออกนอกประเทศ
4. เมื่ออยู่ในที่ชุมชนสาธารณะ และแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปให้ใช้ความระมัดระวัง และหากมีกลุ่มคนเพ่งมองผิดปกติอย่าเข้ามาใกล้ให้ถอยห่างไป
5. หากมีบุคคลนอกเครื่องแบบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ปฏิเสธ โดยแจ้งว่าขอให้ตำรวจในเครื่องแบบเป็นผู้ตรวจ หรือขอติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยก่อน เพราะในบูดาเปสต์มักเกิดกรณีเช่นนี้อยู่เสมอ โดยปกติเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่จะแต่งเครื่องแบบ เสมอ
6. ก่อนเดินทางไป ณ ที่ใด ควรศึกษาเส้นทางจากแผนที่ให้เข้าใจ โดยขอรับแผนที่ได้จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่มีอยู่ทั่วไป
7. ก่อนใช้บริการขนส่งมวลชน เช่น รถเมล์ รถราง รถใต้ดิน ให้ซื้อตั๋วก่อนทุกครั้ง ตั๋วชนิดเดียวกันสามารถใช้ได้กับทั้งรถเมล์ รถราง และรถใต้ดิน
8. หากใช้บริการแท็กซี่ ควรใช้แท็กซี่ของบริษัทซึ่งสามารถโทรศัพท์เรียกได้ และคิดราคาตามมิเตอร์ หากเรียกแท็กซี่ตามป้ายทั่วไป ให้สอบถามราคาก่อนและควรเรียกใบเสร็จรับเงินทุกครั้ง
สาระน่ารู้ เที่ยวฮังการี
หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศฮังการี เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่ ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ หรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงบูดาเปสต์ (Office of Commercial Affairs) Jozsefhegyi ut. 28-30 No.A/1 1025 Budapest. โทรศัพท์ (361) 2122738, 2125358 โทรสาร (361) 2122736 E-mail : Thaicommbp@mail.datanet
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูดาเปสต์ (Royal Thai Embassy) Verecke Ut. 79 1025 Budapest โทรศัพท์ (361) 4384020 โทรสาร (361) 4384023, 4384027 (เวลา 09.00 – 12.00 น. และ 13.00 – 16.30 น. จันทร์-ศุกร์) E-mail : thaiemba@mail.datanet.hu * เสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดราชการ ติดต่อ นางวนิดา สุวรรณคีรี อัครราชทูตที่ปรึกษา โทรศัพท์ (361) 2126860
นายพิสิฏฐ์ พิชิตมาร เลขานุการเอก (ฝ่ายกงสุล) โทรศัพท์ (361) 3944474 (ณ พ.ศ. 2543) กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โทรศัพท์ 981 7171 โทรสาร 575 1038

ข้อมูลจาก : http://travel.mthai.com/

ฮอกไกโด เที่ยวฤดูไหนได้บ้าง? (Hokkaido, Japan)

ฮอกไกโด (Hokkaido) เกาะที่ชื่อคุ้นหูแห่งนี้ อยู่ทางเหนือสุดของญี่ปุ่น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่เพิ่งจะมาเป็ที่นิยมมากๆ ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย เมื่อไม่นานมานี้ ก็ด้วยเหตุผลหลายๆ ข้อคือ รูปของทุ่งดอกไม้ห้าสี (ทุ่งดอกไม้สายรุ้ง) ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ทุ่งพิงค์มอสสีชมพูอร่าม ทุ่งนาสีทองตัดกับสีเขียวสวยงาม ที่โปรโมทบนเว็บ หรือบริษัททัวร์ รวมถึงเทศกาลหิมะที่เมืองซัปโปโรที่อลังการสุดๆ ทำให้กระตุ้นต่อมนักเดินทาง ให้ไปเยือนสักครั้ง
ฮอกไกโด เที่ยวฤดูไหนได้บ้าง?
ฮอกไกโด เที่ยวฤดูไหนได้บ้าง (Hokkaido, Japan)
ว่ากันว่า เราสามารถท่องเที่ยวในเกาะฮอกไกโดได้ทุกฤดู แต่เนื่องจากว่า อากาศที่หนาวเย็น (กว่าที่อื่นๆ) ฤดูของฮอกไกโดก็เลยไม่ค่อยจะตรงกับที่อื่น ที่เราคุ้นเคย ดังนั้น เรามาดูสถานที่น่าเที่ยวและเทศกาลในแต่ละฤดูกันดีกว่า
japansnow
ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) (ฟุยุ)
ในฤดูนี้ เป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็นมาก และบางเดือน เช่น ระหว่างเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ ก็จะมีหิมะตกหนา ถ้าตั้งใจจะไปชมหิมะและสัมผัสอากาศเย็น ก็ต้องไม่พลาดช่วงนี้ แต่ก็ต้องทำใจว่า จะต้องแบกเสื้อหนาวไปเต็มอัตรา ในฤดูนี้จะมีการจัดงานเทศกาลหิมะขึ้นในหลายๆ เมือง ที่ใหญ่แะมีชื่อเสียงเก่าแก่ที่สุดก็คือ เทศกาลหิมะเมืองซัปโปโร (Sapporo Snow Festival) ซึ่งจัดติดต่อกันมานานกว่า 60 ปีแล้ว มีคนไปดูงานนี้ปีละนับล้านคน และยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่เล่นกับหิมะได้อีกมากมายในที่ต่างๆ นอกเมือง เช่น ตามรีสอร์ทต่างๆ ได้แก่ การตกปลา เลื่อนหิมะ เล่นสกี และอื่นๆ
Untitled-17
ฤดูหนาวนี้ กลางวันจะสั้นกว่าปกติ คือประมาณ 4 โมงเย็นก็เริ่มมืดแล้ว แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จะปิดเร็วกว่าเดิมประมาณ 1 ชม. และสถานที่กลางแจ้ง เช่น สวนต่างๆ ส่วนมากจะมีหิมะปกคลุมจนมองไม่เห็นและไม่สะดวกในการเดินทาง เพราะทั้งลื่น เดินยาก และหนาว หากต้องการไปชมสถานที่ไหน เช่น พิพิธภัณฑ์ หรืออาคารประวัติศาสตร์ ที่เปิดให้เข้าชมภายใน ก็ต้องวางแผนกให้ดีว่า ไปแล้วเปิดแน่ และคุ้มกับความลำบากในการเดินทาง เพระาภายนอกอาคารเหล่านั้นอาจไม่มีอะไรให้เห็นเท่าใหร่ มีแต่หิมะกองสูงเท่านั้น
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) (ฮะรุ)
เป็นช่วงที่อากาศจะเริ่มอุ่นขึ้น ในเดือนเมษายน อากาศจะยังค่อนข้างเย็นอยู่ และหิมะอาจยังละลายไม่หมด นับเป็นเดือนที่คนมาเที่ยวกันน้อยที่สุด อากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นราวๆ เดือนพฤษภาคม ซึ่งจะสามารถชมซากุระได้ในเมืองทางใต้ของเกาะ เช่น ฮาโกดาเตะ มัตสิมาเอะ (ซึ่งช้ากว่าที่โตเกียวประมาณ 1 เดือน พอดีกับวันหยุดยาวต้นเดือนพฤษภาคมในบ้านเรา แต่ระวังว่า ตรงกับเทศกาลวันหยุดยาว หรือ Golden Week ของญี่ป่นด้วย ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวเยอะมากในสัปดาห์นี้) รวมทั้งทางตอนกลางเกาะก็สามารถชมซากุระได้เช่นกัน ส่วนตอนบนแถบเมืองมอนเบ็ทสิ มีดอกทิวลิปและดอกพิงค์มอสในช่วง พฤษภาคม-มิถุนายน
ทุ่งดอกไม้สายรุ้งภาพ ทุ่งดอกไม้สายรุ้ง จาก taifahuniverse
ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) (นัสสึ)
แถบเมืองฟุระโนะ ช่วงเดือน มิ.ย., ก.ค., ส.ค. มีดอกลาเวนเดอร์และทุ่งดอกไม้หลากสีออกมาให้ได้ชมกัน เมืองบิเอ (Biei) มีทุ่งนาสีทองตัดกับสีเขียว และเนินเขา ทิ้วไม้ที่สวยงาม สามารถขี่จักรยานเที่ยวชมได้ และยังมีที่อื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งช่วงนี้นับว่าเป็นช่วงไฮไลท์ของเกาะฮอกไกโด ที่นักท่องเที่ยวจะมากันมากที่สุด เพราะนอกจากอากาศจะกำลังสบาย ไม่ต้องแบกเสื้อหนาวพะรุงพะรังแล้ว ช่วงกลางวันยังยาวนานกว่ากลางคืน พระอาทิตย์ตกช้า ประมาณสองทุ่ม ทำให้มีเวลาเที่ยวได้มากในแต่ละวัน
autumn
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน) (อะคิ)
ในช่วงเดือน กันยายน – พฤศจิกายน อากาศจะเริ่มเย็นลง สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้หลายที่ เช่น Sounkyo, Akadake และ Ginsendai ในอุทยานแห่งชาติ Daisetsuzan เมือง Jozankei เมืองอาบน้ำแร่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของซัปโปโร สวนโอนุมะทางเหนือของเมืองฮาโกดาเตะ เป็นต้น ช่วงที่เหมาะที่สุดจะเป็นเดือน ตุลาคม

ไปฮอกไกโดแล้วต้องลอง

winter-hokkaido
- เล่นหิมะฮอกไกโดขึ้นชื่อเรื่องอากาศหนาวและเทศกาลหิมะ ดังนั้นถ้าไปถูกฤดูแล้วก็ต้องได้เจอหิมะมากมาย ลองหาโอกาศ ออกไปเดินย่ำหิมะ ดูทิวทัศน์ที่ขาวโพลนแบบที่หาไม่ได้ในบ้านเรา หรือถ้าไปงานเทศกาลหรือรีสอาร์ท ก็อาจได้ทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น นั่งรถเลื่อน ตกปลาบนน้ำแข็ง
- ลงเรือ
ล่องทะเลสาบที่มีอยู่มากมายบนเกาะ หรือเมืองชายฝั่งบางเมืองก็มีเรือชมวิวรอบอ่าวดวย และถ้ามาเยือนชายฝั่งทะเลโอคอทส์ก์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือในช่วง ก.พ.-มี.ค. ก็อาจลงเรือตัดน้ำแข็ง ออกไปชมทะเลที่กลายเป็นแพน้ำแข็งและก้อนน้ำแข็งที่ลอยมาจากขั้วโลกเหนือได้ (Drift ice)
- ขึ้นเขา
ฮอกไกโดมีจุดชมวิวบนยอดเขามากมาย ที่มีรถกระเช้าให้บริการก็นับสิบแห่ง บางแห่งที่อยู่ไกลเมืองก็ชมได้เฉพาะกลางวัน แต่ถ้าจำเป็นที่ใกล้เมือง เช่น ฮาโกดาเตอะ ซับโปโร โอตารุ ก็สามารถชมวิวที่มีแสดงไฟระยิบระยับจากเมืองข้างล่างในช่วงค่ำได้ด้วย
- ชิมของอร่อย
ฮอกไกโดได้ชื่อว่า “ครัวของญี่ปุ่น” มาถึงแล้วต้องลองของอร่อย ไม่ว่าจะเป็นปูยักษ์ หรืออาหารทะเลอื่นๆ เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ไข่ปลาแซลมอน ไข่หอยเม่น (ที่ถูกต้องเรียกว่า “เม่นทะเล” เพราะมันไม่ใช่หอย แต่เป็นสัตว์ตระกูลเดียวกับปลาดาว) นอกจากนี้ยังมีชื่อด้านผลิตภัณฑ์จากวัว ทั้งนมวัว เนย ครีม ชีส ไปจนถึงเนื้อวัว และเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็น พืชผักผลไม้เมืองหนาวต่างๆ จึงอุดมสมบูรณ์และมีรสชาติดี
ไปฮอกไกโดแล้วต้องลองชิมอาาหารภาพโดย rayiu : Flickr
ถ้าไปฤดูหนาว ไม่ควรพลาด กับ Sapporo Snow Festival.
Snow Festival.
Sapporo Snow Festival. Photo by City of Sapporo
otaru-canelคลอง Otaru / ภาพโดย rayiu
summer-colorสีสันฤดูร้อน ที่ ฮอกไกโด
เที่ยวญี่ปุ่น ชมทุ่งดอกไม้หลากสี ที่ ฮอกไกโด
สวนพิงค์มอส Moss pink, or shibazakura,
สวนพิงค์มอส ภาพจาก Flickr : highglosshighs
hokkaido-by-panoramio-75898919
ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ฮอกไกโด ญี่ปุ่น
ฤดูต่างๆ ในญี่ปุ่น เป็นประมาณนี้นะคะซึ่งอาจะไม่ได้ตรงเดือนเป๊ะๆ เหมือนอย่างที่เราพูดไป แต่อาจจะเริ่มฤดูใหม่ตอนกลางเดือน ปลายเดือน ก็ได้ค่ะ
japan-season
ภาพฤดูต่างๆ www.japankiku.com/tour/season.html
แผนที่เกาะฮอกไกโด
hokkaido-map

ข้อมูลจาก : http://travel.mthai.com/

วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เรื่องน่ารู้ เที่ยวถ้ำ

การเที่ยวถ้ำ เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวอีก อย่างหนึ่ง ที่สร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้ที่ได้เข้าไปสัมผัสอย่างมาก ความมืดและบรรยากาศอันสงบเงียบและวังเวงท้าทายความกล้าของนักท่องเที่ยวทุก คน โดยมีความงดงามที่ธรรมชาติได้บรรจงสร้างสรรค์ไว้ในถ้ำเป็นรางวัล ไม่ว่าจะเป็นหินงอกหินย้อย เสาหิน ไช่มุกถ้ำ ฯลฯ
เรื่องน่ารู้ เที่ยวถ้ำ
การเที่ยวถ้ำ ยังทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับธรณีวิทยาและปรากฏการณ์ ทางธรรมชาติที่ทำให้เกิดรูปลักษณ์ต่างๆ ขึ้นในถ้ำ รวมทั้งยังมีประวัติศาสตร์ให้ค้นหาจากภาพเขียนสีและหลักฐานอื่นๆ ที่หลงเหลืออยู่ ภายในถ้ำ
เรื่องน่ารู้ เที่ยวถ้ำ
การแต่งกายเที่ยวถ้ำ สวมสื้อผ้าที่รัดกุม สวมรองเท้าหุ้มส้นที่ช่วยให้เดินได้มั่นคงบนพื้นถ้ำ เพราะถ้ำหลายแห่งต้องปีนขึ้น หรือไต่ลงจากผาหินสูง สวมหมวกสำหรับกันหยดน้ำ มูลค้างคาว และป้องกันศรีษะชนกับโขดหิน อุปกรณ์ในการเที่ยวถ้ำ
ที่สำคัญที่สุด คือ ไฟฉายหรือตะเกียงเจ้าพายุ เพราะจะช่วยให้มองเห็นทางเดินหรือสิ่งต่างๆ ในถ้ำได้อย่างชัดเจน ห้ามใช้คบไฟ เทียนไข หรือตะเกียงที่มีเปลวไฟ เพราะแสงสว่างจากสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดควันหรือเขม่าไฟลอยไปจับตามผนังถ้ำ หรือหินงอก หินย้อย
เที่ยวถ้ำช่วงไหนดี แม้ว่าถ้ำส่วนใหญ่สามารถเข้าไปเที่ยวชมได้ตลอดปี แต่สำหรับถ้ำประเภทที่มีน้ำไหลลอดหรือที่เรียกกันว่า ถ้ำธารลอด จะเข้าไปเที่ยวชมได้เฉพาะช่วงฤดูแล้งเท่านั้น สำหรับถ้ำลอดทางทะเล เช่น ถ้ำลอดพังงา ถ้ำลอดปูยู ฯลฯ ทางเข้าถ้ำเหล่านี้อยู่ติด กับทะเล ยามน้ำทะเลขึ้นสูง น้ำจะท่วมปากถ้ำ ต้องรอในช่วงน้ำลงจึงจะเข้าไปชมได้ การเที่ยวถ้ำประเภทนี้จึงต้อง พิจารณาช่วงเวลาขึ้น-ลงของน้ำทะเลในแต่ละวันประกอบด้วย
เรื่องน่ารู้ เที่ยวถ้ำ
เที่ยวถ้ำที่ไหน เมืองไทยมีถ้ำที่สวยงามอยู่มากมายทั่วทุกภาค แต่การเที่ยวถ้ำส่วนใหญ่ยังจำกัดอยู่เพียงเฉพาะถ้ำที่ได้รับการพัฒนาแล้ว คือถ้ำที่ได้รับการสำรวจและจัดทำเส้นทางสำหรับนักท่องเที่ยวไว้ ถ้ำเหล่านี้ไม่ลึกนัก บางแห่งมีการติดตั้งแสงไฟส่องสว่างและจัด ทำทางเดินไว้ ให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวชมได้สะดวก และปลอดภัย เช่น ถ้ำผาไท ถ้ำแม่อุสุ ถ้ำพระธาตุ ถ้ำดาวดึงส์ ฯลฯ สำหรับถ้ำอีกจำนวนมากมีความยากลำบากในการเข้าถึง ต้องใช้อุปกรณ์และความชำนาญเป็นพิเศษ จึงไม่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปเพราะอาจได้รับอันตรายได้
ข้อปฏิบัติในการเที่ยวถ้ำ
- ถ้ำเป็นธรรมชาติที่เปราะบางอย่างยิ่งต่อการกระทำของผู้บุกรุกจากโลกภายนอก นักท่องเที่ยวจึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ถ้ำ ดังนี้
- ไม่จับ แตะ สัมผัส หินงอกหินย้อยหรือสิ่งที่เกิดจากการสะสมตัวของหินปูน เพราะอาจเกิดการแตกหัก รวมทั้งไขมันจากผิวหนังของมนุษย์จะไปหยุดยั้งการสะสมของหินปูน
- ไม่ขีดเขียนบนผนัง โขดหิน หรือสิ่งต่างๆ ภายในถ้ำ
- ไม่ออกนอกเส้นทางที่จัดทำไว้ เพราะอาจสร้างความเสียหายต่อสิ่งที่เหยียบย่ำ และอาจหลงทางได้
- ไม่นำสิ่งต่างๆ ออกนอกถ้ำ เพราะสิ่งเหล่านี้มีค่าเฉพาะเมื่ออยู่ในถ้ำเท่านั้น
- ไม่ทิ้งขยะไว้ในถ้ำ ไม่ว่าจะเป็นขยะย่อยสลายได้ หรือย่อยสลายไม่ได้ ภายในถ้ำมีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ อาศัยอยู่หลายชนิด การนำวัตถุแปลกปลอมจากโลกภายนอกเข้าไปในถ้ำ อาจทำให้ระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิตในถ้ำเปลี่ยนแปลงไป

ข้อมูลจาก : http://travel.mthai.com/

ท่อง แดนมหาสนุก สุดเหวี่ยงที่ สิงคโปร์

ตื่นตาตื่นใจกับการท่องเที่ยวบนเกาะเซนโตซ่าที่จะชวนให้คุณประทับใจด้วยเครื่องเล่นหลากชนิด การแสดงต่างๆ ที่ทำให้ หลงใหลกันตั้งแต่เช้ายันค่ำ หรือจะเข้าไปสนุกสุดเหวี่ยงที่ Universal Studio ที่นี่มาแล้วห้ามพลาดที่จะเข้าไปสู่ดินแดนแห่งจินตนาการ เหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง และการตกแต่งฉากตึกและอาคารต่างๆ ที่ทำได้อย่างเสมือนจริงเข้าไปแล้วไม่อยากออกกลับมาเลย
แดนมหาสนุก ที่สิงคโปร์ : Tiger Sky Tower
Tiger Sky Towerมามองวิวจากมุมสูงระดับ 131 เมตร หอคอย Tiger Sky Tower จะทำให้คุณเห็นวิวแบบพาโนรามาครบที่ง 360 องศา โดยเจ้าห้องโดยสารที่เป็นเหมือนจานบิน อันนี้จะค่อยๆ หมุนตามแกนหอคอยขึ้นไปจน นอกจากจะได้เห็นวิวของเซนโตซ่าทั้งเกาะแล้ว ยังได้เห็นทะเลกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
เวลา : ทุกวัน 09:00-21:00 น. (รอบสุดท้าย 20:45 น.)
ค่าบิการ : ผู้ใหญ่ S$15, เด็ก (3-12ปี ) S$10
เว็บ : www.skytower.com.sg
การเดินทาง : Sentosa Express สถานี Imbiah
แดนมหาสนุก ที่สิงคโปร์ : Image of Singapore
Image of Singapore
เป็นพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวของสิงคโปร์ได้ชัดเจนแจ่มแจ้ง มีการนำเสนอผ่านหุ่นและโมเดลจำลองประเพณี ความเชื่อ และเทศกาลต่างๆของสิงคโปร์จนคุณจะรู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ แล้วก็ยังจัดแสดงวิดีทัศน์ประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์ ต้องบอกว่าทำออกมาได้น่าสนใจมากๆ
เวลา : ทุกวัน 09:00-19:00 น.
ค่าบริการ : ผู้ใหญ่ S$10, เด็ก (3-12ปี ) S$7
การเดินทาง : Sentosa Express สถานี Imbiah
แดนมหาสนุก ที่สิงคโปร์ : The Merlion
The Merlion
เจ้าเมอร์ไลออนมาอยู่ตรงนี้อีกตัว ตัวนี้ใหญ่สุด มีความสูง 37 เมตร และสามารถเข้าไปด้านในได้โดยที่ชั้น 12 สามารถมองวิวรอบตัว 360 องศา ส่วนชั้น 9 คือบริเวณปากของเมอร์ไลออน (ซึ่งมันอ้าปากอยู่) ถ้าเป็นที่มารีน่าเบย์คงมีน้ำพ่นออกมา แต่ที่นี่เราสามารถขึ้นไปมองวิวจากตรงนี้ได้ และชั้นล่างมีการเล่าเรื่องราวของเมอร์ไลออนและตัวละครแห่งท้อนทะเลในเทพนิยาย รวมถึงมีร้านขายของที่ระลึกด้วย
เวลา : ทุกวัน 10:00-20:00 น.
ค่าบริการ : ผู้ใหญ่ S$8, เด็ก S$5
การเดินทาง : Sentosa Express สถานี Imbiah
แดนมหาสนุก ที่สิงคโปร์ : Lake of Dreams
Lake of Dreams
ทะเลสาบแห่งความฝันแห่งนี้เป็นจุดใหญ่ใจกลาง VestiveWalk ใน Resort World Sentosa ถือเป็นจุดนัดพบยามหลงได้ ในตอนกลางวันอาจดูราบเรียบไม่มี
อะไร แต่ช่วง 3 ทุ่งครึ่งของทุกวันจะมีการแสดงแสงเลเซอร์ประกอบสายน้ำ ให้ชมกันแบบฟรีๆ
เวลา : ทุกวัน 21:30 น.
ค่าบริการ : ฟรี
การเดินทาง : Sentosa Express สถานี Waterfront
แดนมหาสนุก ที่สิงโปร์ : S.E.A Aquarium
S.E.A Aquarium
มหัศจรรย์พิพิธภัณฑ์สัตว์ทะเลเปิดใหม่ที่ทำลายสิถิตใหญ่ที่สุดในโลก มีสัตว์น้ำมากกว่า 800 ชนิดที่แวกว่ายกันอยู่ พอเข้าไปที่นี่ทำให้รู้สึกเหมือนว่าเข้าไปอยู่ใต้มหาสมุทรลึก ในพิพิธภัณฑ์จะจัดโซนสัตว์น้ำแยกตามชนิด และยังมีตู้ปลาขนาดยักษ์ให้ได้ดูหมู่ฝูงปลาแวกว่าย ปลากระเบนสยายครีว่ายพลิ้วไปมา บรรยากาศช่างน่าประทับใจจริงๆ
เวลา : จันทร์-พฤหัสบดี 10:00-19:00น. ศุกร์-อาทิตย์ 10:00-21:00น.Typhoon Theatre ทุกวัน 10:00-20:00 น.
ค่าบริการ : ผู้ใหญ่ S$29, เด็กอายุ 4-12ปีและผู้ใหญ่อายุ 60 ปีขึ้นไป S$20
เว็บ : www.rwsentosa.com/language/en-US/Homepage/ThingsToDo/MarineLifePark/SEAAquarium
การเดินทาง : Sentosa Express สถานี Waterfront
แดนมหาสนุก ที่สิงคโปร์ : Maritime Experiential
Maritime Experiential
พิพิธภัณฑ์การเดินเรือที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ การเป็นเมืองท่าของสิงคโปร์และเดินเรือค้าขายในยุคก่อน ภายในพิพิธภัณฑ์จะจำลองท่าเรือขนส่งสินค้าและจะได้พบกับเรือส่งสินค้าขนาดเท่าของจริง และเรียนรู้วิธีการต่อเรือ และวิธีการล่องเรือไปขายระหว่างสิงคโปร์และโอมาน(ในตะวันออกกลาง) โดยใช้เพียงแค่ลมและการดูดาวในการเดินทาง และอื่นๆอีกมากมาย
เวลา : จันทร์-พฤหัสบดี 10:00-19:00 น. ศุกร์-อาทิตย์ 10:00-21:00 น.
ค่าบริการ : รวมอยู่ในค่าเข้าชม S.E.A Aquarium
เว็บ : www.rwsentosa.com/language/en-US/TheManitimeExperientialMuseum
การเดินทาง : Sentosa Express สถานี Waterfront
แดนมหาสนุก ที่สิงคโปร์  : Crane Dance
Crane Dance
นี่เป็นโชว์การเต้นรำของหุ่นอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แถมไปลอยอยู่ในกลาง โชว์นี้เป็นการแสดงเรื่องราวความรัก (เครื่องจักร 2 ตัว รักกัน คุคิ) ความรักทำให้ ทั้งคู่โบยบินเหมือนนกเกี้ยวพาราสีกันไปมา เป็นการใช้ทั้งความสามารถทางการออกแบบบวกกับเทคนิคแสง สี และการเล่นม่านน้ำ สวยงดงามจริง
เวลา :โชว์ 21:00น. ยกเว้นวันอังคาร-พฤหัสบดี,วันหยุดสำคัญและก่อนวันหยุดสำคัญ ระยะเวลาการแสดง 10 นาที
ค่าบริการ : ฟรี
การเดินทาง : Sentosa Express สถานี Waterfront
แดนมหาสนุก ที่สิงคโปร์ : IFly Singapore
IFly Singapore
iFly เป็นกิจกรรมท้าทายความกล้kที่จะทำให้คุณบินได้ กับท่อลมยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก กว้าง 16.5 สูง 56.5 ฟุต (สูงเท่าตึก 5 ชั้น) ที่จะดันลมออกมาทำให้ตัวคุณลอยอยู่ในอากาศ เหมือนกำลังดิ่งพสุธาลงมาจากเครื่องบิน แค่คิดก็สนุกแล้วใช่มั้ยละ เพราะเขามีเจ้าหน้าที่มาช่วยแนะนำวิธีการบิน ก็เลยต้องไปล่วงหน้าประมาณ 1ชั่วโมงครั่งเพื่อฝึก
เวลา : จันทร์-อังคาร และ พฤหัสบดี-อาทิตย์ 09:00-22:00 น. พุธ 10:30-22:00 น.
ค่าบริการ : ผู้ใหญ่ S$89,เด็ก (7-12 ปี) S$79, นักเรียน S$85, ครอบครัว(ผู้ใหญ่2เด็ก2) S$285
เว็บ : www.iflysingapore.com
การเดินทาง : Sentosa Express สถานี Waterfront
แดนมหาสนุก ที่สิงคโปร์ : Gogreen Cycle/Gogreen Segway
Gogreen Cycle/Gogreen Segway
ทั้ง Gogreen Cycle และ Gogreen Segway เป็นพาหนะทุ่นแรงในการเดินทางแถมสนุกไปกับการขับขี่ แบบไม่ทำลายสภาพแวดล้อมมสำหรับ Gogreen Cycleเป็นจักรยานไฮบริค เหนื่อยจากการปั่น เมื่อไหร่ก็เปลี่ยนระบบมาใช้แบตเตอรี่แทน ส่วน Gogreen Segway เป็นรถ 2 ล้อแบบใช้ไฟฟ้าที่ใช่การยืน สามารถลเลือกสนุกไปกับเส้นทางแบบ Gogreen Circuit (เป็นรอบ) หรือแบลแอดเวนเจอร์ได้
เวลา : Gogreen Cycle Gogreen ทุกวัน 09:30-20.00 น. ,Gogreen Segwayทุกวัน 10:00-20:30 น.
ค่าบริการ : Gogreen Ciruit S$12/คน/รอบ Gogreen Cycle S$28 (60 นาที)
การเดินทาง : Sentosa Expg สถานี Beach

ข้อมูลจาก : http://travel.mthai.com/

วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556

10 เรื่องน่ารู้ใน เวียดนาม (อาเซียน)

หากย้อนเวลายาวนานกลับไปยังยุคก่อนประวัติศาสตร์ ในดินแดนบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดงของประเทศเวียดนามในปัจจุบัน เคยเป็นที่ตั้งของชุมชมเก่าแก่ที่มีวัฒนธรรมเป็นของตนเอง วัฒนธรรมสำคัญในยุคสมัยนั้นคือ วัฒนธรรมด่งเซิน ดังที่มีการขุดพบกลองมโหระทึกสำริด ภาชนะและเครื่องมือการเกษตร เช่น พร้า หวด เคียว อันแสดงถึงพัฒนาการการเพาะปลูก โดยเฉพาะการปลูกข้าวในบริเวณนั้น ซึ่งในบันทึกประวัติศาสตร์ยุคหลังของเวียดนามเรียกยุคสมัยแห่งบรรพบุรุษตนว่า “อาณาจักรวันลาง”

10 เรื่องน่ารู้ในเวียดนาม ประเทศในสมาคมอาเซียน

เวียดนาม
1.การทักทายของชาว เวียดนาม บางคนจะใช้การสัมผัสมือแบบสองมือ โดยวางมือซ้ายไว้บนมือขวา
2.ชาวเวียดนามนิยมรับ – ส่งของด้วยสองมือ โดยเฉพาะนามบัตร เมื่อรับแล้วควรอ่านออกเสียงเพื่อแสดงความใส่ใจ
3.เวียดนามเป็นเมืองแห่งมอเตอร์ไซค์ ดังนั้น การข้ามถนนต้องระมัดระวังให้มาก
4.หลีกเลี่ยงการโดยสามล้อถีบในเวลากลางคืนควรใช้บริการแท็กซี่ซึ่งปลอดภัยกว่า แม้บางครั้งคนขับแท็กซี่อาจพา
อ้อมนอกเส้นทาง
5.ชาวเวียดนามให้ความสำคัญกับการเคารพผู้อาวุโสคล้ายกับไทย จึงเป็นโอกาสอันดีที่เราจะสร้างความประทับใจได้ง่ายกว่าชาวตะวันตก
6.ชาวเวียดนามกินผงชูรสเยอะมาก สำหรับคนที่แพ้ควรระวัง
7.ซื้อสินค้าครั้งใดๆควรต่อรอง ต่อรอง และต่อรอง ใครมีกลยุทธ์เด็ดๆ ก็วงัดมาใช้อย่างเต็มที่ สิ่งสำคัญต้องตรวจสอบสินค้าให้ดี ระวังมีตำหนิ
8.แม่ค้าที่ตลาดดงบาสามารถพูดภาษาไทยได้ เราสามารถต่อรองราคาได้แบบสุดๆ ตลาดดงบาเป็นตลาดขายของที่ระลึกที่ควรไปเยือน
9.แม้ชาวเวียดนามจะเป็นมือเปิบเนื้อสุนัข แต่ก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่าย เพราะเป็นสินค้าราคาแพง ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะเผลอเปิบเนื้อน้องหมาแบบไม่รู้ตัว
10.คดียาเสพติดและคดีฉ้อโกงหน่วยงานของรัฐบาลในเวียดนามมีบทลงโทษหนัดถึงขั้นประหารชีวิต

สถานที่สำคัญที่ควรรู้จัก ใน เวียดนาม

สุสานโฮจิมินห์ (Hu chi Minh's Mausoleum)
สุสานโฮจิมินห์ (Hu chi Minh’s Mausoleum)
ตั้งอยู่บนถนนเดียนเบียนฟู สร้างขึ้นในปีคศ. 1973 เป็นอาคารหินอ่อนและหินแกรนิต ผสมกับอาคารไม้ใหญ่โตสง่างาม เป็นที่บรรจุศพ “ลุงโฮ” หรือท่านโฮจิมินห์อาบน้ำยาอยู่ในโลงแก้ว เพื่อให้บุคคลทั่วไปได้เคารพในฐานะนักชาตินิยมคนสำคัญของประเทศ ผู้อ่านคำประกาศอิสรภาพในวันที่ 2 กันยายน คศ. 1945 ที่จัตรัสบาดิงห์ ซึ่งคือบริเวณส่วนหน้าของสุสานแห่งนี้
อุโมงค์หวิงห์ม็อก (Vinh Moc Tunnel)อุโมงค์หวิงห์ม็อก (Vinh Moc Tunnel)
อยู่ห่างจากเมืองเว้ไปทางทิศเหนือราว 65 กโลเมตร สร้างขึ้นในสมัยสงครามเวียดนาม ชาวบ้านอาศัยหลบระเบิดได้กว่า 300 คน ภายในอุโมงค์แบ่งออกเป็น 3 ชั้น มีทางเข้าอกทั้งหมด 13 ทาง แต่ละชั้นจะเป็นห้องต่างๆ ทางซ้ายและขวา ชั้น 2 เป็นส่วนที่ใช้ประชุม ส่วนที่ 3 เป็นที่เก็บอาวุธ และยังมีอุโมงค์หวิ่งมกนี้มีห้องคลอดซึ่งเคยใช้ทำคลอดทารกมาแล้วถึง 17 คน
ทะเลทรายในหมูยแน (Muine Desert)ทะเลทรายในหมูยแน (Muine Desert)
ในจังหวัดบิ่ญถ่วน บริเวณคาบสมุทรห่างจากเมืองฟาดเที้ยดไปทางทิศตะวันออกราว 19 กิโลเมตร พื้นที่นี้มีภูมิอากาศแห้งแล้ง ลมพัดแรง และปริมาณฝนน้อย ทำให้เกิดทะเลทราย ริมถนนสายหลักทางตะวันออกเฉียงเหนือของหมูยแนเป็นทะเลทรายสีส้ม และถัดลงไปอีกราว 35 กิโลเมตรทางทิศใต้จะมีทะเลทรายสีขาวที่มีขนาดใหญ่กว่า ควรหาโอกาสไปเยี่ยมชมทะเลทรายทั้งสองแห่งนี้
ถ้ำมหึมาในกว่างบิ่ญ (Quang Binh Cave)ถ้ำมหึมาในกว่างบิ่ญ (Quang Binh Cave)
เขตป่าสงวนฟองญา-แก๋บ่าง เป็นที่ตั้งของถ้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโลกชื่อว่าถ้ำเซินดุ่ง ซึ่งสูง 200 เมตร กว้าง 150 เมตร และมีความยาวถึง 40 กิโลเมตร ปัจจุบันกำลังทีการสำรวจถ้ำขนาดมหึมาในเขตป่าสงวนนี้เพราะเชื่อว่าอาจมีถ้ำที่มีขนาดใหญ่กว่าถ้ำเซินดุ่งอีก
ข้อมูลจาก : http://travel.mthai.com/

10 เรื่องน่ารู้ในสิงคโปร์ (อาเซียน)

สาธารณรัฐสิงคโปร์ (Republic of Singapore) นครรัฐบนเกาะที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศมาเลเซีย ในอดีตเป็นอาณานิคมของหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นโปรตุเกส ฮอลแลนด์ ญี่ปุ่น และอังกฤษ จนกระทั่งสิงคโปร์ตัดสินใจรวมชาติร่วมกับประเทศมาเลเซีย เพื่อให้เป็นเอกราชจากประเทศอังกฤษในปีคศ. 1963 แต่หลังจากนั้นเพียง 2 ปี สิงคโปร์และมาเลเซียกลับมีปัญหาความขัดแย้งทางด้านเชื้อชาติกันอย่างรุนแรง จึงทำให้สิงคโปร์ต้องประกาศเป็นเอกราชจากประเทศมาเลเซีย และมีอำนาจอธิปไตยเป็ฯขอบตนเองในที่สุด

10 เรื่องน่ารู้ในสิงคโปร์ ประเทศในสมาคมอาเซียน

ประเทศสิงคโปร์
1.รูปปั้นสิงโตทะเลพ่นน้ำที่เรียกว่า Merlion ศัญลักษณ์แห่งสิงคโปร์ ตัวแม่และตัวลูกอยู่ที่ Merlion Park ใกล้โรงแรม One Fullertion ในขณะที่ตัวพ่อไปทำธุรกิจที่เกาะเซนโตซ่า
2.ควรซื้อตัวแปลงปลั๊กไฟฟ้า เพราะสิงคโปร์ใช้ปลั๊ก 3 ขาแบบเหลี่ยม กำลังไฟ 220-240 โวลต์
3.สามารถใช้บริการ WIFI ฟรีได้ทุกที่ในสิงคโปร์
4.ไม่จำเป็นต้องให้ทิป เพราะร้านอาหารและโรงแรมคิดค่าเซอร์วิสชาร์จ 10%แล้ว
5.บางร้านค้าไม่รับบัตรเครดิต ควรพกเงินสดติดตัวไปด้วย
6.ในโรงแรมเกือบทุกที่มีบริการรับเลี้ยงเด็ก
7.เบอร์โทรศัพท์ในการแจ้งเหตุฉุกเฉินกับตำรวจคือ 999
8.ขึ้นบันไดเลื่อนควรยืนชิดซ้าย ให้คนรีบไปก่อน
9.สินค้าที่สิงคโปร์มีทั้งแบบที่มีภาษีและไม่มีภาษีควรดูให้ดีก่อนช็อป
10.ย่านลิตเติ้ลอินเดียเป็นแหล่งขายของที่ระลึกราคาประหยัด ไม่ควรพลาด

สถานที่สำคัญที่ควรรู้จัก

มารีน่าเบย์แซนด์ (Marina Bay Sand)
มารีน่าเบย์แซนด์ (Marina Bay Sand)
ตึกระฟ้าสุดอลังการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใจกลางเมืองสิงคโปร์ โรมแรมระดับไฮเอนด์ มีห้องพักรวมกว่า 2,561 ห้อง ได้รับการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ให้ทั้งสามอาคารเชื่อมต่อกันด้วยสวนลอยฟ้า เดอะเซนด์สกายพาร์คที่ถือได้ว่าใหญ่ที่ในเอเชีย สวนแห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้นที่ 57 จุดสูงสุดของโรงแรม ดูจากภายนอกมีรูปทรงคล้ายเรือ ตั้งอยู่บนอาคารทั้งสามชั้นดาดฟ้าเปิดโล่ง นักท่องเที่ยวสามารถชื่นชมความงดงามยามค่ำคืนของสิงคโปร์ได้โดยรอบในมุมสูง นอกจากนี้ที่ไม่ควรพลาดใช้บริการสระว่ายน้ำกลางแจ้งบนตึกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม
เกาะเซนโตซ่า (Sentosa)เกาะเซนโตซ่า (Sentosa)
แหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของสิงคโปร์ สมันก่อนเคยเป็นฐานทัพของทหารในช่วงเป็ฯอาณานิคมของอังกฤษ แต่ปัจจุบันเกาะเซนโตซ่าได้รับฉายาว่า เกาะมหาสนุก ที่รวมแหล่งท่องเที่ยวไว้มากมายบนพื้นที่กว่า 5 ตารางกิโลเมตร อาทิ สวนสนุก Universal Studios Singgapore พิพิธภัณฑ์ Under Water World และ The True Merlion Tower รูปปั้นสิงโตทะเลยักษ์สูง 37 เมตร ถือเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่งหจึ่งบนเกาะนี้ สำหรับการเดินทางมาที่เกาะเซนโตซ่า ขอแนะนำให้คุณควรนั่งกระเช้าไฟฟ้า (Cable Car) เพราะจะได้ชมวิวสวยๆ และตื่นตาตื่นใจอย่างแน่นอน
พิพิธภัณฑ์ศิลปะสิงคโปร์ (Singapore Art Museum)พิพิธภัณฑ์ศิลปะสิงคโปร์ (Singapore Art Museum)
สถานที่ทางประวัติศาสตร์และเป็นศูนย์รวมงานศิลปะอันทันสมัย รวมถึงของโบราณต่างๆ แต่เดิมพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์นี้เป็นโรงเรียน St.Joseph’s Institution โรงเรียนชายล้วนแห่งแรกของประเทศสิงคโปร์ สิ่งที่โดดเด่น คือ E-mage Gallery ที่แสดงงานศิลปะตอบโต้อินเตอร์แอ๊คทีฟบนจอภาพขนาดใหญ่ มีเนื้อหาเกี่ยวกับศิลปะของภูมิภาคอาเซียนในศตวรรษที่ 20 สามารถเข้าชมได้ทุกวันโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเวลา 11:00 น. และเวลา 14:00 น.
ข้อมูลจาก : http://travel.mthai.com/

เที่ยวเกาหลี โอลิมปิกพาร์ค (Olympic Park)

 โอลิมปิกพาร์ค เป็นสวนที่มีทั้งสนามกีฬา Indoor และOutdoor สวนสวยแกลอรี พิพิธภัณฑ์ ประติมากรรม ฯลฯ รวมอยู่ในที่เดียว ซึ่งนอกจากจะเพลินกับวิวสวยๆ เลียบทะเลสาบและทุ่งดอกไม้ ยังมีแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ให้ศึกษาอีกด้วย เรียนกว่ามาแล้วได้ทั้งความรู้ ความสนุก และดื่มด่ำความงามทางธรรมชาติกันแบบเต็มอิ่ม
สวนโอลิมปิกพาร์ค (Olympic Park)
สวนโอลิมปิกพาร์ค (Olympic Park)
สวนแห่งความทรงจำ ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสนามแข่งขันเมื่อครั้งที่ประเทศเกาหลีใต้ได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เมื่อค.ศ.1988 มีพื้นที่กว้างขวางกว่า 1.5 ล้านตารางเมตร ภายในประกอบด้วยสนามกีฬาที่ได้มาตรฐาน เช่น โอลิมปิกเวลโลโดม สนามกีฬาฟันดาบและยกน้ำหนัก สนามเทนนิส สนามยิมนาสติก และสระว่ายน้ำในร่มขนาดใหญ่ ออกแบบและก่อสร้างโดยคำนึงถึงหลักนิเวศน์ (Ecology) เน้นความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสวนที่ชาวเกาหลีใช้สำหรับเล่นกีฬาสันทนาการและพักผ่อนของครอบครัว
เวลา : 06.00-22.00 น.
ค่าบริการ : ฟรี
เว็บ : www.olympicpark.co.kr
การเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย 5 ลงสถานี Olympic Park P550 ทางออก3 หรือสาย8 สถานี Mongchontoseong 813 ทางออก1
ไอซ์สเก็ตที่สวนโอลิมปิกพาร์ค (Olympic Park Ice Skating Rink)
ไอซ์สเก็ตที่สวนโอลิมปิกพาร์ค (Olympic Park Ice Skating Rink)
บริเวณนี้เรียกว่า Peace Plaza ซึ่งในฤดูหนาวจะกลายเป็นลานไอซ์สเก็ตแบบ Out door ที่ให้บริการครบวงจร โดยมีอุปกรณ์ให้เช่าในราคาไม่แพง ใครที่ไปในช่วงฤดูหนาวไม่ควรพลาดที่จะต้องแวะไปเล่นสเก็ต
เวลา : 09.00-20.30 น.
ค่าบริการ : 1,500 วอน/1.30 ชั่วโมง
เว็บ : www.olympicpark.co.kr
การเดินทาง : สถานี Mongchontoseong 813 ทางออก1
พิพิธภัณฑ์ศิลปะ SOMA (SOMA Museum of Art)พิพิธภัณฑ์ศิลปะ SOMA (SOMA Museum of Art)
พิพิธภัณฑ์ศิลปะและพื้นที่แสดงทางวัฒนธรรมมี 2 ชั้น แบ่งออกเป็น 5 ห้องโถงสำหรับจัดนิทรรศการและห้องฉายภาพยนตร์ เป็นที่จัดแสดงงานประติมากรรมของศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลก ปัจจุบันจัดแสดงงานศิลปะ โรงเรียนศิลปะสำหรับเด็ก โรงภาพยนตร์ และยังใช้จัดแสดงนิทรรศการสำคัญๆ ตอลดทั้งปี โดยมีรูปแบบอาคารที่สร้างให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด และโครงสร้างส่วนใหญ่เป็นไม้
เวลา :10.00-18.00 น. ปิดวันจันทร์
ค่าบริการ : อายุ 13-18 ปี 2,000 วอน ,อายุ 19-64 ปี 3,000 วอน
เว็บ : www.somamuseum.org
การเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย8 สถานี Mongchontoseong 818 ทางออก1
สวนประติมากรรมเจ๋งๆ (Outdoor Sculpture Park)สวนประติมากรรมเจ๋งๆ (Outdoor Sculpture Park)
สนามกีฬาโอลิมปิกพาร์คนอกจากเป็นสวนแห่งความทรงจำแล้ว ยังมีจุดเด่นที่การตกแต่งสวนด้วยงานแกะสลักกว่า 204 ชิ้น ซึ่งเป็นผลงานจากศิลปินที่มีชื่อเสียง 155 คน จาก 66 ประเทศ ที่ร่วมแสดงผลงานแกะสลัก (World International Open-air Sculpture Exhibition) กระจายอยู่ทั่วสวยอีกด้วย เพื่อร่วมฉลองการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกที่จัดขึ้นในกรุงโซลเมื่อ ค.ศ.1988 และใกล้ๆกันยังมีทะเลสาบ น้ำพุ และสนามหญ้า ปัจจุบันเปิดเป็นสวนสาธารณะให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าไปพักผ่อน ออกกำลังกายและทำกิจกรรมต่างๆ
เวลา : 06.00-22.00 น.
ค่าบริการ : ฟรี
เว็บ : www.olympicpark.co.kr
การเดินทาง : อยู่ภายใน Olympic Park โดยมีกระจายทั้งสวน
พิพิธภัณฑ์อาณาจักรแบ็คเจ (Seoul Baekje Museum)พิพิธภัณฑ์อาณาจักรแบ็คเจ (Seoul Baekje Museum)
หรือ Hanseong Baekje Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงความเป็นมาของอาณาจักรแบ็คเจ ซึ่งนับ 1 ใน 3 ของอาณาจักรใหญ่ก่อนการรวมเป็นประเทศเกาหลี ซึ่งมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยถ่ายทอดเรื่องราวผ่านการ์ตูน 4 มิติ และจัดแสดงวัตถุโบราณในสมัยนั้นให้ดูด้วย
เวลา : วันธรรมดา 09.00-21.30 น., เสาร์-อาทิตย์และวันหยุด 09.00-19.00 น. ปิดทุกวันจันทร์
ค่าบริการ : ฟรี
เว็บ : baekjemuseum.seoul.go.kr/eng
การเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย8 สถานี Mongchontoseong 818 ทางออก1
สวนสวยและลานปิกนิก
สำหรับสวนสวยๆ ในบริเวณนี้ก็มีอยู่หลายแบบเช่นกัน ทั้งสวนกุหลาบ (Rose Plaza) , ทุ่งดอกไม้ป่า (Wild Flower Deck), สวนพืชศาสตร์กลางแจ้ง (Wild Flower Garden) ซึ่งจะสวยงามแทบทุกฤดูกาลยกเว้นในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น
นอกจากนั้นยังมีลานปิกนิกสำหรับพักผ่อนกระจายอยู่ทั่วไป รวมถึงส่วนของเครื่องเล่นสำหรับคุณหนูๆ ทั้งหลายก็มี นอกจากนั้นก็ยังมีร้านกาแฟ ร้านอาหาร รวมถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวไว้บริการ
เวลา : 06.00-22.00 น.
ค่าบริการ : ฟรี
เว็บ : www.olympicpark.co.kr
การเดินทาง : อยู่ภายใน Olympic Park
พิพิธภัณฑ์โอลิมปิก (Seoul Olympic Museum)พิพิธภัณฑ์โอลิมปิก (Seoul Olympic Museum)
พิพิธภัณฑ์โอลิมปิกสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงความสำเร็จและความสำคัญของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี ค.ศ.1988 อยู่ภายในโอลิมปิกพาร์ค จัดแสดงต้นกำเนิดและประวัติของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก พร้อมทั้งชมวิวัฒนาการของการแข่งขันกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ ตั้งแต่ยุคเริ่มแรกจนมาถึงปัจจุบัน โดยชั้น 1 มีห้องโถงพิเศษสำหรับจัดแสดงนิทรรศการชั่วคราวที่หมุนเวียนกันไป ชั้น 2 แสดงภาพถ่ายและวีดีโอของพิธิเปิดอันยิ่งใหญ่ของกีฬาโอลิมปิก โซลโลลิมปิก และยังเพลิดเพลินกับการชมภาพยนตร์ 3 มิติอีกด้วย
เวลา : 10.00-17.30 น. ปิดทุกวันจันทร์
ค่าบริการ : ฟรี
เว็บ : www.88olympicpark.co.kr
การเดินทาง : อยู่ภายในสว่นของ Olympic Hall ชั้น 1F และชั้น 2F
ป้อมมองชอล (Mongchon Fortress)ป้อมมองชอล (Mongchon Fortress)
เป็นกำแพงโบราณสร้างขึ้นโดยใช้ดินเหนียวธรรมชาติ ทอดผ่านเนินเขาขนาดเล็กที่มีความสูง 44.8 เมตร สร้างขึ้นเพื่อป้องกันศัตรูที่จะมาทางทิศเหนือ บริเวณใกล้ๆ กันมีการขุดค้นพบข้าวของเครื่องใช้ในยุคโบราณ เช่น โลงศพ, เครื่องปั้นดินเผาในยุคสมัยแบ็คเจ, อาวุธ, อุปกรณ์ทำประมง, ครกหิน ฯลฯ
เวลา : 06.00-22.00 น.
ค่าบริการ : ฟรี
เว็บ : www.olympicpark.co.kr
การเดินทาง : อยู่ภายใน Olympic Park

ข้อมูลจาก : http://travel.mthai.com/